วันหนึ่งในเดือนมีนาคม ฉันได้เข้าร่วมกิจกรรมทำมิโสะที่จัดขึ้นในชุมชนท้องถิ่นแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
มิโสะเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น ฉันกินมิโสะเป็นประจำ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสกระบวนการทำจริงด้วยตัวเอง

ขั้นตอนที่เรียบง่ายกว่าที่คิด
กระบวนการทำมิโสะนั้นเรียบง่ายกว่าที่ฉันจินตนาการไว้มาก
- ต้มถั่วเหลืองจนสามารถบี้ด้วยนิ้วได้
- บดถั่วเหลืองและปล่อยให้เย็นลงต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส
- ผสมโคจิและเกลือลงไป แล้วปรับความนุ่มด้วยน้ำต้มถั่วเหลือง
- ปั้นเป็นก้อนและอัดลงในภาชนะให้แน่นโดยไม่ให้มีอากาศเข้าไป
- ปรับพื้นผิวให้เรียบ ฆ่าเชื้อ และปิดผนึกให้เรียบร้อย
- เก็บไว้ในที่เย็นและมืดประมาณ 10 เดือน
- 1
- 2
- 3
- 4,5
เมื่อดูเพียงขั้นตอน อาจรู้สึกว่า “ดูเหมือนทำได้ไม่ยาก”
เรียบง่าย แต่ลึกซึ้งมาก
แต่เมื่อได้ฟังคำอธิบายจริง ๆ ฉันจึงเข้าใจว่าการทำมิโสะนั้นมีความลึกซึ้งมาก
- ชนิดและคุณภาพของถั่วเหลือง
- สัดส่วนของโคจิและเกลือ
- การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น
- การกำหนดระยะเวลาหมักและบ่ม
แม้ขั้นตอนจะดูเรียบง่าย แต่รสชาติสุดท้ายสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากตามวัตถุดิบและสภาพแวดล้อม นั่นคือเสน่ห์ของการทำมิโสะ
ความงดงามของการร่วมมือกันในชุมชน
สิ่งที่ทำให้ฉันประทับใจมากที่สุด ไม่ใช่แค่ตัวกระบวนการทำมิโสะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีที่ผู้คนในชุมชนช่วยเหลือกันด้วย
ตั้งแต่การเตรียมถั่วเหลือง เตรียมส่วนผสม แบ่งหน้าที่กันทำงาน ไปจนถึงการเก็บกวาด ทุกอย่างทำร่วมกัน ใช้เวลาตั้งแต่การเตรียมจนเสร็จสิ้นประมาณสองวัน
สิ่งนี้ทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของวัฒนธรรมท้องถิ่นญี่ปุ่น และคุณค่าของความสัมพันธ์ในชุมชน
คุณค่าของอาหารที่มากกว่าการกิน
ก่อนหน้านี้ สำหรับฉัน มิโสะเป็นเพียง “อาหารอย่างหนึ่ง” แต่การได้ลงมือทำด้วยตัวเองทำให้มุมมองของฉันเปลี่ยนไปอย่างมาก
ฉันได้ตระหนักว่า อาหารธรรมดาที่เรากินกันทุกวันนั้น มีทั้งเวลา ความพยายาม และภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมซ่อนอยู่มากมาย
รอคอยอีก 10 เดือนข้างหน้า
มิโสะที่เราทำในครั้งนี้จะพร้อมรับประทานในอีกประมาณ 10 เดือน ฉันตื่นเต้นมากที่จะได้รู้ว่ารสชาติสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันได้เรียนรู้ไม่เพียงแค่วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่น แต่ยังทำให้รู้สึกถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนอีกด้วย สำหรับคนที่เคยเพียงแค่ชอบกินมิโสะ การได้สัมผัสขั้นตอนการทำจริงถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก







