ทำไมชาวญี่ปุ่นจึงรู้สึกเย็นเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่งลม? เรียนรู้ประวัติของฟูริน งานฝีมือแบบดั้งเดิม กระดิ่งลมเอโดะและนัมบุ พร้อมทำความเข้าใจวัฒนธรรมฤดูร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น



เมื่อไปที่ร้านขายของขวัญหรือร้านเครื่องเขียนในญี่ปุ่น คุณเคยเห็นซองหรือของขวัญที่มีเชือกผูกเป็นลวดลายสวยงามไหม?
สิ่งนี้เรียกว่า “มิซุฮิกิ” เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ชาวต่างชาติอาจมองว่าเป็นริบบิ้นแบบญี่ปุ่น แต่จริง ๆ แล้วมิซุฮิกิไม่ใช่แค่ของตกแต่งเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงคำอวยพร ความเคารพ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนอีกด้วย

ญี่ปุ่นไม่ได้ใช้เพียงปีคริสต์ศักราชเท่านั้น แต่ยังมีระบบการนับปีเฉพาะของตนเองที่เรียกว่า “เก็งโก” หรือชื่อศักราชญี่ปุ่น
ตัวอย่างเช่น ปี 2024 สามารถเขียนในญี่ปุ่นได้ว่า “เรวะปีที่ 6”
แม้ระบบนี้อาจดูซับซ้อนสำหรับชาวต่างชาติในตอนแรก แต่ก็เป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และชีวิตประจำวันของญี่ปุ่น




หนึ่งในประเพณีฤดูหนาวที่ชาวโคฟุรอคอย คือเทศกาล “ยาคุโยเกะ จิโซ” (Yakuyoke Jizō) ที่จัดขึ้นที่วัดเอนทาคุจิ (塩澤寺 / Entakuji) ทุกปีตั้งแต่เที่ยงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ถึงเที่ยงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ รวม 24 ชั่วโมง จะมีผู้คนเดินทางมาสักการะจากทั่วประเทศ ทำให้บริเวณวัดและรอบ ๆ คึกคักที่สุดช่วงหนึ่งของปี

“จัดเฟสติวัลที่แหล่งโบราณคดีโจมง?” ฟังดูอาจแปลกนิด ๆ แต่ที่สวนโบราณสถานอุเมโนะกิ (Umenoki Ruins Park) ในเมืองโฮคุโตะ เขตอาเคโนะ จังหวัดยามานาชิ ซึ่งเป็นโบราณสถานสมัยโจมงที่ได้รับการขึ้นทะเบียนระดับประเทศ บรรยากาศเก่าแก่กลับทำให้ดนตรี การเต้น และอาหารน่าจดจำยิ่งขึ้น—นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ผู้คนรอคอยงานนี้ในทุกปี

“ชิวาสึ (Shiwasu)” คือชื่อเรียกเดือนธันวาคมแบบญี่ปุ่น เมื่อปลายปีใกล้เข้ามา บรรยากาศในเมืองจะค่อย ๆ เร่งรีบขึ้น และในขณะเดียวกันหลายคนก็รู้สึกพิเศษว่า “ปีนี้กำลังจะจบแล้วนะ” เดือนธันวาคมของญี่ปุ่นมีเสน่ห์ตรงที่กิจกรรมที่สนุกได้โดยไม่ขึ้นกับศาสนา วัฒนธรรมส่งท้ายปีแบบดั้งเดิม และความคึกคักแบบยุคใหม่ ผสมผสานกันอย่างเป็นธรรมชาติ
