
ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม พื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นจะเข้าสู่ฤดูฝนที่เรียกว่า “Tsuyu”
ในช่วงนี้ พื้นที่ทางใต้ของฮอกไกโด ยกเว้นหมู่เกาะโอกาซาวาระ มักมีฝนตกบ่อย ท้องฟ้าครึ้ม อุณหภูมิสูงขึ้น และความชื้นมากขึ้น
สำหรับคนไทยที่คุ้นเคยกับฝนและความชื้นอยู่แล้ว ฤดูฝนญี่ปุ่นอาจดูไม่แปลกมาก แต่ก็มีจุดที่ควรรู้ก่อนเดินทาง
Tsuyu คืออะไร?
Tsuyu คือฤดูฝนของญี่ปุ่น เกิดจากแนวปะทะระหว่างมวลอากาศเย็นและมวลอากาศอุ่นชื้น
ทำให้เกิดฝนตกและท้องฟ้าครึ้มต่อเนื่องหลายวัน
คำว่า Tsuyu ในภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัวอักษรที่เกี่ยวข้องกับ “บ๊วย”
เพราะเป็นช่วงที่ผลบ๊วยสุกพอดี
ฤดูฝนเกิดขึ้นเมื่อไรและที่ไหน?
โดยทั่วไป ฤดูฝนของญี่ปุ่นจะอยู่ระหว่างปลายเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนกรกฎาคม
แต่ช่วงเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดจะแตกต่างกันไปตามพื้นที่และแต่ละปี
โอกินาวะมักเข้าสู่ฤดูฝนเร็วกว่าพื้นที่อื่น ส่วนภูมิภาคโทโฮคุทางเหนือจะช้ากว่า
ฮอกไกโดมักไม่มีฤดูฝนชัดเจนเหมือนเกาะหลักของญี่ปุ่น จึงเป็นจุดหมายที่ค่อนข้างสบายในช่วงนี้
ความชื้นสูง ทำให้รู้สึกเหนียวตัว
จุดที่ทำให้ฤดูฝนญี่ปุ่นไม่สบายตัว ไม่ใช่แค่ฝนตกบ่อย แต่คือความชื้นสูง
แม้อุณหภูมิจะไม่สูงเท่ากลางฤดูร้อน แต่ความชื้นทำให้อากาศรู้สึกหนัก อบอ้าว และเหนียวตัว
เสื้อผ้าอาจแห้งช้า รองเท้าเปียกง่าย และเดินเพียงไม่นานก็อาจเหงื่อออก
ห้องพักหรือกระเป๋าเดินทางที่อับชื้นก็อาจมีกลิ่นหรือเกิดเชื้อราได้ง่าย
คนญี่ปุ่นจึงมักใช้เครื่องลดความชื้น โหมด Dry ของแอร์ ถุงดูดความชื้น และการระบายอากาศเพื่อรับมือกับฤดูนี้
ควรเตรียมอะไรเมื่อเที่ยวญี่ปุ่นช่วงฤดูฝน?
หากเดินทางช่วง Tsuyu ควรเตรียมของใช้ที่ช่วยให้เดินทางสะดวกขึ้น
- ร่มพับหรือเสื้อกันฝนแบบเบา
- รองเท้าที่กันน้ำหรือแห้งง่าย
- เสื้อผ้าที่แห้งเร็ว
- ถุงกันน้ำสำหรับมือถือหรือเอกสาร
- ถุงเท้าสำรอง
ในญี่ปุ่นสามารถซื้อร่ม ผ้าขนหนู และอุปกรณ์กันฝนได้ง่ายที่ร้านสะดวกซื้อ
แต่ถ้าฝนตกหนักกะทันหัน ร่มในร้านใกล้สถานีใหญ่อาจขายหมดเร็ว
ระวังฝนตกหนักและข้อมูลการเดินทาง
ช่วงหลัง ๆ ญี่ปุ่นมีฝนตกหนักในฤดูฝนบ่อยขึ้นในบางปี
บางครั้งฝนตกแรงเหมือนฝนเขตร้อน และอาจทำให้น้ำท่วมถนน รถไฟล่าช้า หรือหยุดให้บริการ
หากไปเที่ยวพื้นที่ภูเขา แม่น้ำ หรือเมืองออนเซ็น ควรติดตามคำเตือนเรื่องฝน ดินถล่ม น้ำท่วม และข้อมูลรถไฟอย่างใกล้ชิด
ก่อนออกจากโรงแรมในแต่ละวัน ควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศและแผนการเดินทางสำรองไว้เสมอ
เสน่ห์ของญี่ปุ่นในฤดูฝน
แม้ฤดูฝนจะเดินทางไม่สะดวกเท่าช่วงอากาศดี แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว
วัด ศาลเจ้า สวนญี่ปุ่น และถนนเก่า ๆ ที่เปียกฝน จะให้บรรยากาศเงียบ สงบ และสวยงามไปอีกแบบ
ดอกไม้ที่代表ฤดูนี้คือไฮเดรนเยีย
สีฟ้า ม่วง ชมพู และขาวของไฮเดรนเยียเมื่ออยู่ท่ามกลางฝน จะดูเข้ากับบรรยากาศญี่ปุ่นมาก
หลายพื้นที่ยังมีเทศกาลชมดอกไฮเดรนเยียด้วย
หากไม่อยากเดินกลางฝน การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ คาเฟ่ ออนเซ็น ห้างสรรพสินค้า หรือย่านช้อปปิ้งในร่ม ก็เป็นทางเลือกที่ดี
หลังฤดูฝนคือฤดูร้อนของญี่ปุ่น
เมื่อมีการประกาศสิ้นสุดฤดูฝน หรือ “Tsuyu ake” ญี่ปุ่นจะเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว
แสงแดดจะแรงขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น และกิจกรรมฤดูร้อนจะเริ่มคึกคัก
งานดอกไม้ไฟ เทศกาลฤดูร้อน การเต้นบงโอโดริ วันหยุดฤดูร้อน และการเที่ยวทะเล ล้วนเป็นภาพจำของฤดูร้อนญี่ปุ่นหลังฤดูฝน
สรุป
ฤดูฝนญี่ปุ่นเป็นช่วงที่มีฝน ความชื้น และความไม่สบายตัวสูง
สำหรับนักท่องเที่ยว ควรเตรียมร่ม รองเท้า เสื้อผ้า และแผนสำรองสำหรับวันฝนตก
แต่ในขณะเดียวกัน Tsuyu ก็เป็นฤดูกาลที่มีความงามเฉพาะตัว
ดอกไฮเดรนเยีย วัดในสายฝน สวนเขียวชอุ่ม และเมืองออนเซ็นเงียบ ๆ คือเสน่ห์ที่พบได้เฉพาะช่วงนี้



